ในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ เคส (เคส และ เพาเวอร์ซัพพลาย) เป็นสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้าม ทั้งๆ ที่เคสสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ เลย เคสและเพาเวอร์ซัพพลายที่ดีจะทำให้อุณหภูมิภายในตัวเครื่องไม่สูงจนเกินไป และ ทำให้อุปกรณ์ภายในเครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในทางกลับกัน เคสและเพาเวอร์ซัพพลายที่ไม่ได้มาตรฐานจะทำให้เครื่องมีอุณหภูมิสูงกว่าที่ควรจะเป็น และมีโอกาสสูงที่จะทำให้อุปกรณ์ภายในเสียหายได้ ( เพาเวอร์ซัพพลายที่ไม่ได้มาตรฐานอาจจ่ายไฟไม่สม่ำเสมอ และ ไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ทั้งหมด )
เรามาดูกันดีกว่าคับว่าในการเลือกเคสและเพาเวอร์ซัพพลายนั้น เราต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
ความแข็งแรงของตัวเคส
เคสที่ดีควรทำจากเหล็กหรืออลูมิเนียม และความหนาของวัสดูต้องไม่บางหรือหนาเกินไป ( บางไปก็จะอ่อนแอ หนาไปก็จะหนัก ) เคสที่ไม่แข็งแรงจะบิดงอได้ง่าย และจะทำให้อุปกรณ์ภายในบิดงอตามไปด้วย ทำให้เกิดความเสียหาย
ขนาดของเคส
เคสที่ใหญ่จะมีพื้นที่ใส่อุปกรณ์ได้เยอะและระบายอากาศได้ดี ถ้าเคสเล็กจำนวนอุปกรณ์ที่ใส่ได้ก็จะลดลงและระบายอากาศได้น้อยกว่า ทำให้อุณหภูมิภายในสูงกว่า ดังนั้นเราจึงควรเลือกเคสที่มีขนาดพอเหมาะกับจำนวนอุปกรณ์ที่เราจะใส่ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ( ใหญ่ไปก็เปลืองเงินปล่าวๆ คับ )
ความสามารถในการระบายอากาศ
นอกจากขนาดแล้ว จำนวนพัดลม ช่องระบายอากาศ ก็มีผลต่ออุณหภูมิภายในตัวเครื่อง เคสที่ดีควรกำหนดทิศทางการไหลของลมอย่างชัดเจน เช่น ดูดลมเข้าจากด้านหน้า และเป่าออกทางด้านหลังหรือด้านข้าง เป็นต้น
อุปกรณ์ภายใน
น็อต ช่องใส่อุปกรณ์ต่างๆ สาย LED อุปกรณ์เหล่านี้หากมีคุณภาพ ก็จะทำให้การประกอบราบรื่น และไม่มีปัญหาในระยะยาว
เพาเวอร์ซัพพลาย
สำหรับคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่ใช้การ์ดจอ On Board และอุปกรณ์ต่อพ่วงไม่มากนัก ( DVD Drive x 1, HD x 2 ) เพาเวอร์ซัพพลายที่ติดมากับเคสก็เพียงพอแล้ว ( แต่ต้องเป็นเคสที่มีมาตรฐานนะคับ ) แต่สำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้การ์ดจอแยก ( การ์ดจอระดับกลางถึงสูงจะกินไฟเยอะคับ ) และมีอุปกรณ์ต่อพ่วงมากว่าปกติ ควรซื้อเคสเปล่าแล้วก็ซื้อเพาเวอร์ซัพพลายแยกต่างหากเอาคับ เพราะจะได้เพาเวอร์ซัพพลายที่มีคุณภาพจ่ายไฟได้เต็มกำลังและไม่แกว่ง
เห็นมั้ยคับว่าเคสและเพาเวอร์ซัพพลายนั้นมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าอุปกรณ์อื่นๆ เลย




